เงินบาทอ่อน หุ้นไทยหลุด 1,600 จุด สัปดาห์เดียวเจออะไรบ้าง?
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้เงินบาททยอยอ่อนค่า ขณะที่หุ้นไทยร่วงเกือบตลอดสัปดาห์จากแรงขายต่างชาติ จับตาเฟด-ตะวันออกกลาง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง “เงินบาท” และ “ตลาดหุ้นไทย” ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ตั้งแต่ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ไปจนถึงแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินในสัปดาห์วันที่ 24-28 สิงหาคม 2569 โดยพบว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์
เริ่มจาก “เงินบาท” ทำไมถึงอ่อน?
ช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเคยแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อย หลังตลาดมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ จากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของบอนด์ยีลด์ และมุมมองเชิงลบต่อโอกาสที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเข้ามาแทรกแซงตลาด
แต่ภาพดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน เพราะเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่
รอบนี้สหรัฐฯ ขยายมาตรการ Secondary Sanctions ครอบคลุมอีก 5 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ
ปลายสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับจังหวะที่ตลาดโลกมีแรงขายทำกำไรทองคำ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น
ปัจจัยสำคัญมาจากตัวเลข เงินเฟ้อ PCE เดือนกรกฎาคม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาด ทำให้ตลาดยังมองว่า เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี
อีกด้านหนึ่ง เงินบาทเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติ คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทย
แล้วสัปดาห์หน้า “เงินบาท” จะไปทางไหน?
สำหรับสัปดาห์วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 KBank คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ สิ่งที่ต้องจับตา ได้แก่
- ดุลบัญชีเดินสะพัดไทย เดือนกรกฎาคม
- กระแสเงินทุนต่างชาติ
- สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม
- รายงาน Beige Book ของเฟด
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ เดือนสิงหาคม ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
- เงินเฟ้อเดือนสิงหาคมของยูโรโซน
ขณะที่ “หุ้นไทย” เจอแรงขายเกือบทั้งสัปดาห์
ถ้ามองมาที่ตลาดหุ้นไทย ภาพค่อนข้างชัดเจนว่า SET Index ถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติแทบตลอดสัปดาห์
ช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค หลังนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออาจกระทบเศรษฐกิจและการลงทุน
โดยเฉพาะหลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และเตือนประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่านว่าอาจเผชิญมาตรการกดดันด้วย
แรงขายจึงกระจายไปแทบทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางสัปดาห์ หุ้นไทยฟื้นกลับมาได้ชั่วคราว จากแรงซื้อเก็งกำไรใน หุ้นกลุ่มแบงก์ ซึ่งคาดว่าได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังเรื่องการประกาศจ่ายเงินปันผล
แต่การฟื้นตัวอยู่ไม่นาน ก่อนที่ตลาดจะกลับมาร่วงลงอีกครั้งจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
ครั้งนี้กลุ่มที่ถูกกดดันชัดเจนคือ หุ้นพลังงาน หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง จากข่าวว่าอิหร่านและโอมานกำลังเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ท้ายที่สุด SET Index หลุดระดับ 1,600 จุด ในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีแรงขายหุ้นบิ๊กแคปรายตัวเข้ามาเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาถ้อยแถลงของประธานเฟดจากการประชุมที่เมือง แจ็กสัน โฮล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในช่วงต่อไป
สัปดาห์หน้า หุ้นไทยมีแนวรับ-แนวต้านตรงไหน?
สำหรับวันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 KSecurities ประเมินว่า
แนวรับ: 1,575 และ 1,550 จุด
แนวต้าน: 1,605 และ 1,630 จุด
ปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามยังคงหนีไม่พ้น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม รวมถึง PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตาม ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคม และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกรกฎาคมของยูโรโซน
ทั้งหมดนี้จึงทำให้สัปดาห์หน้าเป็นอีกช่วงที่ตลาดต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะทั้ง ทิศทางดอกเบี้ยเฟด สถานการณ์ตะวันออกกลาง และเงินทุนต่างชาติ ยังมีโอกาสเข้ามากำหนดทิศทางทั้งเงินบาทและหุ้นไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB